เพิ่มแรงม้า

การขับรถลุยน้ำท่วม ไม่ให้รถพัง แนะนำ 4 เทคนิค

การขับรถลุยน้ำท่วม ขับอย่างไรให้ถนอมรถมากที่สุด

การขับรถลุยน้ำท่วม เข้าสู่โหมด ฤดูฝน มีฝนตกกระหน่ำบางพื้นที่ แทบทุกวัน จนทำให้เกิดการระบายน้ำไม่ทัน เกิดการกักน้ำ ระดับสูงขึ้นทุกวัน การขับรถลุยน้ำ โดยไม่ได้ระวัง อาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อตัวรถได้ ซึ่งบางครั้ง อาจจะถึงขั่นรุนแรง ยกเครื่องใหม่เลยทีเดียว STM จึงขอแนะนำ เทคนิค 4 เทคนิค การขับรถลุยน้ำท่วม ไม่ให้รถพัง หรือ น้ำเข้ารถได้ค่ะ หากใครจำเป็น ต้องขับรถผ่านพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมขัง คงรู้สึกหวั่นว่า รถจะดับกลางทาง หรือไม่ จึงเร่งเครื่องยนต์ แบบไม่บันยะ บันยัง กะว่าจะให้พ้นจุด ที่มีน้ำท่วมขังไปอย่างรวดเร็ว แต่รู้ไหม ว่าวิธี ดังกล่าวเป็นวิธีที่ ผิดอย่างมาก มากที่สุด เพราะเสี่ยงทำ เครื่องยนต์พัง ถึงขั้นต้องผ่าเครื่องกันเลยทีเดียว

การขับรถลุยน้ำ ย่อมทำให้ผู้ขับขี่ รู้สึกกังวลอยู่เสมอ ยิ่งถ้าขับเดินหน้าไปเลื่อย แล้วกลับพบว่า ระดับน้ำเริ่มลึกขึ้น จะไปต่อก็กลัวเครื่องยนต์ดับ จะถอยหลังหลับ ก็คงไม่ทันแล้ว หลายคนจึงใช้วิธี เร่งเครื่องยนต์กันแบบสุดแรง เพราะหวังจะช่วยให้เครื่องยนต์ไม่ให้ดับกลางทาง แต่ความจริงแล้ว ไม่ควรปฏิบัติ เช่นนั้นเด็ดขาด รถยนต์แต่ละคัน ถูกพัฒนาให้สามารถลุยน้ำได้ระดับหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ารถ ประเภท SUV และประเภทกระบะ จะมีความสามารถ ในการลุยน้ำ ได้สูงกว่ารถเก๋งอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไร หากอ้างอิงตาม ที่ผู้ผลิตกำหนดรถจะพบว่า กระบะยกสูงสามารถลุยน้ำได้ที่มีระดับลึกราว 800 มม. ซึ่งรถเก่งทั่วไปสามารถลุยได้ต่ำกว่านั้นมาก มิเช่นนั้นแล้วอาจเกิดความเสียหายต่อรถยนต์ได้

การขับรถลุยน้ำท่วมสร้างความเสียหายอย่างไร ?

ความเสียหาย ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด จาการขับรถลุยน้ำ คือ น้ำจะถูกดูดเข้าไปในห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ แทนที่จะเป็น อากาศตามปกติ จะทำให้เกิด การจุดระเบิดชะงักลงได้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับลงได้ทันที ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อน้ำเข้าไปยัง กระบอกสูบ ที่มีแรงดันมหาศาลอยู่ภายใน ก็จะเกิดเป็นแรงต้าน การอัดของลูกสูบ ส่งผลให้ก้านลูกสูบเกิดการคดงอ หรือหากน้ำเข้าไปปริมาณมาก ก็อาจจะรุนแรง ถึงขั้นแตกหักได้เลย สิ่งที่น่ากลัว กังกลที่สุด คือเรื่องระบบไฟฟ้า ซึ่งกรณีนี้ไม่ได้หมายความถึงสายไฟทั่วไป หากเป็นกล่องควบคุมเครื่องยนต์ หรือกล่องควบคุมระบบไฟฟ้า ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่จะช่วยให้รถยนต์ ทำงานได้ตามปกติ โดยปกติแล้วกล่องควบคุมที่ว่าจะถูกซีลกันน้ำไว้อย่างดี ติดตั้งอยู่ภายในบริเวรห้องเครื่องยนต์ แต่รถบางคันอาจถูกติดตั้งไว้ในระดับต่ำ ก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะได้รับความเสียหายได้ เมื่อขับลุยน้ำอย่างรุนแรง

การขับรถลุยน้ำท่วม ซึ่งเกิดความเสียหายจากกรณีนี้ ก้านสูบคด หรือหัก ถือเป็นปัญหาใหญ่ และมักจะมีปัญหาอื่นๆ พ่วงมาด้วย ขณะที่ค่าซ่อม ก็ต้องกำเงินอย่างน้อย 30,000 .- จนบางคน ถึงขั้นยอมยกเครื่องใหม่ไปเลยทีเดียว การขับรถลุยน้ำท่วม ไม่ให้รถพัง หรือน้ำเข้ารถน้อยที่สุด ถือเป็นสิ่งที่ดี และค่าซ่อมบำรุงก็น้อยตาม นอกจาก น้ำเข้าเครื่องไม่พอ อาจทำให้สิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่ลอยมาตามสายน้ำ เช่น ขยะ ถุงกระดาษ และสิ่งมีชีวิต สัตว์เลื่อยคลาน ที่หนีน้ำท่วม อาจจะหลบภัยตามมุมต่างๆ ภายในรถ ฤดูฝน เป็นช่วงที่ภัยมากกว่าฤดูร้อน ฤดูหนาว ต้องระวังเป็นพิเศษ ในการขับ การใช้ถนน ควรจะมีสติทุกวินาที STM จะแนะนำเทคนิค การขับรถลุยน้ำท่วม ยังไงไม่ให้รถพัง และนำเทคนิคง่ายๆ ที่หลายคนคิดไม่ถึง วิธีจะยากหรือง่าย ตามมาลองดูกันเลยค่ะ

วิธีขับรถลุยน้ำระดับสูง อย่างปลอดภัยทำอย่างไร ?

หากมีความจำเป็น ต้องการขับลุยน้ำจริงๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ คุณสามาถปฏิบัติตามคำแนะนำ 4 ข้อนี้ เพื่อลดความเสี่ยง ที่เกิดความเสียหาย กับตัวรถให้น้อยที่่สุด ดังนี้

  • เลือกใช้ช่องทางที่น้ำตื้นที่สุด

โดยปกติแล้ว พื้นถนนฝั่งชิดฟุตบาท จะมีระดับที่ท่วมลึกสุด ทางที่ดีหากถนน มีหลายช่องทางจราจร ควรเลือกช่องทาง ที่มีน้ำตื้นที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดความเสี่ยง ที่น้ำจะถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ให้น้อยที่สุด

  • ใช้ความเร็วต่ำ หลีกเลี่ยงการเร่งเครื่องโดยไม่จำเป็น 

การลุยน้ำควรใช้ความเร็วต่ำ ที่สุดเท่าที่ จะพึงกระทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดคลื่น ด้านหน้ารถที่อาจเป็นอันตราย ต่อตัวรถ และผู้ใช้รถคันอื่นๆ รวมถึงหลีกเลี่ยง การเร่งเครื่องยนต์ โดยไม่จำเป็น เพราหากน้ำถูกดูดเข้าเครื่องยนต์ จะทำให้มีโอกาสที่ก้านสูบ ได้รับความเสียหาย

  • หากน้ำลึกให้ปิดแอร์

ลองสังเกตว่า ถ้าระดับน้ำสูง จนแตะพื้นใต้ท้องรถแล้วล่ะก็ ควรรีบปิดระบบปรับอากาศทันที เพื่อให้พัดลมไฟฟ้าหยุดทำงาน มิเช่นนั้นแล้ว อาจจะเกิดความเสียหายกับ ใบพัด จนทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบ ระบายความร้อน ของเครื่องยนต์ได้

  • หลังลุยน้ำให้ย้ำเบรก

หลังจาก ลุยน้ำเสร็จแล้ว ให้ทำการเหยียบเบรก เบาๆ 2-3 ครั้ง ขณะรถกำลังเครื่องที่ เพื่อเป็นการ ไล่น้ำที่เกาะอยู่บนจานเบรก ไม่อย่างนั้นแล้ว รถอาจเกิดอาการเบรกไม่อยู่ เกิดการเสียความสมดุล ควบคุมรถไม่ได้ จนทำให้เกิด การไหลไปชนสิ่งกีดขวาง หรือขับรถอยู่บนถนน ก็อาจจะไปชนคันหน้าได้

เห็นไหมคะ ว่า การขับรถลุยน้ำท่วม ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะหากวันใด เผลอขับรถลุยน้ำอย่างมั่นใจ จนลืมไปว่าการขับลุยน้ำผิดวิธี จะทำให้เครื่องยนต์ ดับกลางอากาศ รถไหล เสียสมดุล แล้วล่ะก็ นั้นแปลว่า คุณอาจจะต้องเสียเงินซ่อมรถก้อนโต แถมคุณ จะได้เสียรถคันโปรดของคุณ ถึงจะสามารถซ่อมกลับมาแล้ว แต่นั้นก็ไม่ได้แปลว่า รถ เครื่องยนต์ ภายในต่างๆ ส่วนในหรือนอกนั้น จะไม่สมบูรณ์แบบอย่างเดิม รู้แบบนี้แล้วว่า การขับลุยน้ำท่วม ยังไงไม่ให้รถพัง มีเทคนิคง่าย ที่ทุกคนสามารถทำตามได้ ไม่ว่าจะจะอย่างเราควรมีสติ และสมาธิในการขับ การใช้ถนนอยู่เสมอ

สามารถปรึกษาเรื่องเครื่องยนต์❣️

📌 ได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลยค่ะ

แฟนเพจ : STM Racing Udon

สั่งซื้อสินค้า SHOPEE : STM Racing Shop

สั่งซื้อสินค้า LAZADA : STM Racing Shop

สั่งซื้อทางเว็บไซต์ : STMRACINGUDONTHANI.COM