ระบบ EGR คืออะไร? ทำไมรถดีเซลต้องมี?
สำหรับเจ้าของรถยนต์ดีเซลหลายท่าน คงเคยได้ยินคำว่า “EGR” หรือ “Exhaust Gas Recirculation” กันมาบ้าง ระบบนี้เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในรถยนต์ดีเซลยุคใหม่ โดยเฉพาะรถที่ผลิตตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศตามมาตรฐานสากลที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ
หลักการทำงานของ EGR คือการนำไอเสียส่วนหนึ่งจากท่อไอเสีย วนกลับเข้าไปผสมกับอากาศดีที่กำลังจะเข้าสู่ห้องเผาไหม้อีกครั้ง ฟังดูอาจจะแปลกๆ ว่าทำไมต้องนำไอเสียกลับไปใช้ซ้ำ? เหตุผลก็คือ การเผาไหม้ในเครื่องยนต์ดีเซลที่อุณหภูมิสูงมากๆ จะทำให้เกิดสารประกอบไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) ซึ่งเป็นหนึ่งในมลพิษหลักที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและก่อให้เกิดฝนกรด
เมื่อไอเสียที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำถูกนำกลับมาผสมกับอากาศดี จะช่วยลดปริมาณออกซิเจนในส่วนผสมเชื้อเพลิงและอากาศ ทำให้การเผาไหม้เกิดขึ้นที่อุณหภูมิที่ต่ำลง ส่งผลให้การก่อตัวของ NOx ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นี่คือหน้าที่หลักของระบบ EGR ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ
ส่วนประกอบหลักของระบบ EGR
- วาล์ว EGR (EGR Valve): เป็นหัวใจหลักของระบบ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณไอเสียที่จะถูกส่งกลับไปยังท่อร่วมไอดี เปิ��-ปิดตามการควบคุมของ ECU
- ท่อ EGR (EGR Pipe): ท่อที่เชื่อมต่อระหว่างท่อไอเสียและท่อร่วมไอดี เพื่อลำเลียงไอเสีย
- หม้อพัก EGR Cooler (EGR Cooler): ในรถยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ๆ มักจะมีหม้อพักนี้เพื่อลดอุณหภูมิของไอเสียก่อนที่จะเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เพื่อประสิทธิภาพในการลด NOx ที่ดีขึ้น
ปัญหาที่อาจเกิดจากระบบ EGR
แม้ว่าระบบ EGR จะมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว มันก็เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เครื่องยนต์ดีเซลมีปัญหาได้บ่อยครั้ง เนื่องจากไอเสียที่ถูกนำกลับมาใช้นั้นไม่ได้สะอาด 100% มันยังมีเขม่าควันและอนุภาคต่างๆ ปะปนอยู่ เมื่อไอเสียเหล่านี้ผสมกับไอน้ำมันเครื่องที่มาจากระบบ PCV (Positive Crankcase Ventilation) จะเกิดการสะสมของคราบเขม่าเหนียวๆ ที่เกาะตามส่วนต่างๆ ของระบบ
- เขม่าสะสมในท่อร่วมไอดี: เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุด คราบเขม่าจะไปพอกพูนในท่อร่วมไอดี ทำให้ทางเดินอากาศแคบลง การไหลเวียนของอากาศไม่ดีเท่าที่ควร ส่งผลให้เครื่องยนต์หายใจลำบาก กำลังตก และกินน้ำมันมากขึ้น
- วาล์ว EGR ค้าง: เขม่าสามารถทำให้วาล์ว EGR เกิดการติดขัด ค้างในตำแหน่งเปิดหรือปิด ทำให้การทำงานของระบบผิดปกติ เครื่องยนต์อาจมีอาการรอบเดินเบาไม่นิ่ง กำลังตก หรือมีไฟเตือนเครื่องยนต์โชว์
- EGR Cooler อุดตัน: หากมีหม้อพัก EGR Cooler ก็อาจเกิดการอุดตันจากเขม่าได้เช่นกัน ทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง และอาจส่งผลต่ออุณหภูมิในห้องเผาไหม้
การตัด EGR มีผลกับเครื่องยนต์อย่างไร?
เมื่อเราเข้าใจปัญหาที่เกิดจากระบบ EGR แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจที่เจ้าของรถยนต์ดีเซลหลายคนเลือกที่จะ “ตัด EGR” หรือ “อุด EGR” ซึ่งหมายถึงการปิดกั้นไม่ให้ไอเสียไหลกลับเข้าสู่ท่อร่วมไอดีอีกต่อไป โดยทั่วไปจะทำได้ 2 วิธีหลักๆ คือ
- การอุด EGR ด้วยแผ่นสแตนเลส: เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด โดยการใส่แผ่นสแตนเลสทึบเข้าไปกั้นทางเดินไอเสียก่อนถึงวาล์ว EGR
- การปิด EGR ด้วยการรีแมพ ECU: เป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบกว่า โดยการปรับจูนโปรแกรมในกล่อง ECU ให้สั่งงานปิดวาล์ว EGR ถาวร และไม่ให้มีไฟเตือนเครื่องยนต์โชว์
ผลดีของการตัด EGR
จากประสบการณ์ของ ณัฐฐ์ STM จาก STM Racing Udon ในฐานะนักแข่ง Drag และช่างรีแมพตัวจริง การตัด EGR มีข้อดีหลายประการที่สัมผัสได้จริง:
- เครื่องยนต์สะอาดขึ้น: ไม่มีเขม่าไอเสียกลับเข้าไปในท่อร่วมไอดีอีกต่อไป ทำให้ท่อไอดีสะอาด ลดการสะสมของคราบเขม่า
- กำลังเครื่องยนต์ดีขึ้น: เครื่องยนต์ได้รับแต่อากาศบริสุทธิ์เต็มที่ การเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น ส่งผลให้กำลังและแรงบิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
- อัตราเร่งตอบสนองดีขึ้น: การตอบสนองของคันเร่งดีขึ้น เนื่องจากไม่มีไอเสียมาลดปริมาณออกซิเจนในส่วนผสม
- ลดปัญหาจุกจิก: ลดโอกาสที่วาล์ว EGR จะค้าง หรือท่อร่วมไอดีอุดตัน ช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
- ประหยัดน้ำมัน (ในบางกรณี): เมื่อเครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ขึ้น อาจส่งผลให้ประหยัดน้ำมันขึ้นเล็กน้อย
ผลเสียของการตัด EGR
อย่างไรก็ตาม การตัด EGR ก็มีข้อเสียที่ต้องพิจารณาเช่นกัน:
- เพิ่มมลพิษทางอากาศ: นี่คือข้อเสียหลักที่ระบบ EGR ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแก้ไข การตัด EGR จะทำให้การปล่อยสาร NOx เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง
- อาจผิดกฎหมาย: ในบางประเทศหรือบางพื้นที่ การปรับแต่งระบบควบคุมมลพิษของรถยนต์อาจผิดกฎหมายและทำให้รถไม่ผ่านการตรวจสภาพ
- เครื่องยนต์ร้อนขึ้นเล็กน้อย: เนื่องจากไม่มีไอเสียมาช่วยลดอุณหภูมิการเผาไหม้ อุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้อาจสูงขึ้นเล็กน้อย ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลต่อชิ้นส่วนบางอย่างได้ แต่โดยทั่วไปแล้วเครื่องยนต์ดีเซลถูกออกแบบมาให้ทนทานต่ออุณหภูมิสูงอยู่แล้ว
คำแนะนำจาก ณัฐฐ์ STM (STM Racing Udon)
“ในมุมมองของช่างและนักแข่งอย่างผม ณัฐฐ์ STM จาก STM Racing Udon การตัด EGR เป็นการปรับแต่งที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มผู้ใช้รถกระบะดีเซลที่ต้องการสมรรถนะที่ดีขึ้นและลดปัญหาจุกจิกของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะรถที่ใช้งานหนัก หรือรถที่ต้องการกำลังเพิ่มขึ้นเพื่อการแข่งขันหรือการบรรทุก การตัด EGR ร่วมกับการรีแมพ ECU ที่เหมาะสม จะช่วยให้เครื่องยนต์สะอาดขึ้น ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และลดภาระการบำรุงรักษาในระยะยาวได้จริง
แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความเข้าใจระบบเครื่องยนต์ดีเซลอย่างถ่องแท้ เพื่อให้การปรับจูนเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ในระยะยาว และต้องพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกันครับ”
สรุป
ระบบ EGR เป็นเทคโนโลยีที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม แต่ก็เป็นสาเหตุของปัญหาจุกจิกในเครื่องยนต์ดีเซลได้ การตัดสินใจว่าจะตัด EGR หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความต้องการด้านสมรรถนะ การบำรุงรักษา และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม หากคุณกำลังพิจารณาที่จะตัด EGR ควรปรึกษาช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับรถและการใช้งานของคุณ
สำหรับท่านที่สนใจปรึกษาเรื่องการรีแมพ ECU และการปรับแต่งรถยนต์ดีเซล ไม่ว่าจะเป็นการตัด EGR หรือการปรับจูนอื่นๆ สามารถติดต่อ STM Racing Udon ได้เลยครับ เรามีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดูแลรถยนต์ดีเซลของคุณให้แรงและทนทาน
สนใจปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติม:
- โทร: 096-396-6462
- Facebook: STM Racing Udon
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ตัด DPF คืออะไร? ทำไมรถดีเซลยุคใหม่ถึงต้องตัด
- ตัด DPF Toyota Hilux Revo 1GD วิธีถูกต้อง
- ตัด DPF Isuzu D-Max 1.9 Ddi ปัญหาและทางออก